วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
[ภาพยนตร์] THE BIG SHORT เกมฉวยโอกาสรวย : เงินตรา คุณ(มูล)ค่า ขื่นขำ ลึกลับ ขวัญสยอง
THE BIG SHORT เป็นหนังตลก
อย่างน้อยในสายตาของผู้จัดการประกวดรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 73 ล่ะนะครับ (ซึ่ง THE MARTIAN ก็ตลกพอที่จะมาชิงในประเภทหนัง เพลง/ตลก ยอดเยี่ยม ในสายตาของผู้จัดด้วย และได้คว้ารางวัลนี้ไป ซึ่งจะว่าดีก็ดี แต่มันก็... เอ๊ะ รึ THE MARTIAN เข้าชิงเพราะเป็นหนังเพลงฟร่ะ?! ไม่ใช่หรอกมัง แม้ว่าเพลงจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้โขอยู่ (กับทั้งการที่ทำให้มันตลก และเป็นเสมือนปัจจัยในการเอาชีวิตรอด (ซึ่งอาจไม่ตลกขนาดนั้น)) ก็อย่าไปอะไรมากครับ ติดตามกันหนุกๆพอตื่นเต้นๆ)
จริงๆจะว่าไป มันก็ตลก แม้จะเป็นตลกแบบออกจะเสียดสี จิกกัด และไฮเปอร์ๆ ทั้งผู้กำกับ อดัม แม็คเคย์ ก็เป็นผู้กำกับสายหนังตลกอย่าง ANCHORMAN มาก่อน ซึ่งทีแรกหลายคนพอรู้ว่าแกจะมากำกับหนังที่ดูไม่น่าจะตลกแต่น่าจะซีเรียสมากกว่า อย่างเรื่องในแวดวงการเงินตลาดหุ้น ก็อาจจะมีคำถามว่าแกจะทำมันออกมาอีท่าไหน จะรอดไหม แต่เอาเข้าจริงผลที่ออกมาเราก็พบว่าแกก็ยังตลกได้ ทั้งๆที่มันออกจะซีเรียส(ด้วย) และหนังก็ออกมาเข้าท่า ดี เจ๋ง คูล ในแบบของมันทีเดียว
แต่มันก็ไม่ได้เป็นแค่หนังตลก
THE BIG SHORT เป็นหนังที่ควรเตรียมตัวก่อนไปดูกันอยู่ซักหน่อย ซึ่งอาจจะต้องเตรียมตัวไปมากกว่าหนังอย่าง STEVE JOBS ซะอีก เนื่องจากมันเกี่ยวกับเรื่องของ ตลาดเงิน ตลาดการลงทุน ตลาดหุ้น อะไรเทือกนั้น แม้ว่าในหนังจะเต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย การยิงรัวๆๆๆ และบทสนทนาไฟแล่บ (และตัวละครไฮเปอร์) เหมือนกัน แต่ในขณะที่เราอาจไม่รู้จัก STEVE JOBS มากนัก ถ้าฟังหรือตามหนังทัน เราก็ยังได้รู้อะไรๆหลายๆเรื่องที่หนังบอกมาและเข้าใจหรือติดตามหนังไปได้พอสมควร แต่กับ THE BIG SHORT เราไม่ต้องรู้จักตัวละครสำคัญซักคนในหนังไปก่อนเลยก็ได้ แต่เราควรจะรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับศัพท์ตลาดการลงทุน (แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องหรือข้องแวะกับเหล่านั้นนักก็ตาม) อย่างเช่น พันธบัตร อนุพันธ์ การซื้อขายล่วงหน้า การชอร์ต (แต่อันนี้จริงๆหนังก็อธิบายให้ ซึ่งก็โอเค - ถ้าตามและฟังทัน คือพอถึงตรงนี้แล้วไม่มึนกับเรื่องอื่นๆอยู่จนกรูไม่ไหวแล้ว ก็น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก) ฯลฯ อะไรทำนองนี้ คือรู้นิดๆหน่อยๆก็จะพอไหวแล้ว ที่เหลือรู้มั่งไม่รู้มั่งก็ช่างมัน (ผมเองก็จัดอยู่ในประเภทนี้) เพราะหนังก็ไม่ได้จะมาทำท่าเป็นหนังตำราตลาดทุนอย่างเดียว มีเรื่องราวอื่นให้ติดตาม แต่ถ้าไม่รู้เลย... (คาดว่าน่าจะ) ตรายแน่...
เงิน น่าจะถือเป็นนวัตกรรมและสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มนุษย์เคยสร้าง(หรืออุปโลกน์?)ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มันทำให้เกิดความสะดวกและความเป็นไปได้อีกมากมายในอะไรๆหลายอย่างที่ใช้ขับเคลื่อนโลกนี้มาตลอด ขณะเดียวกันเมื่อมันเพิ่มความซับซ้อนรายรอบเข้ามาเรื่อยๆ มันก็กลายเป็นสิ่งที่เรารู้จักกันดีแต่ก็เหมือนไม่รู้จัก เหมือนจะเข้าใจแต่ก็เหมือนไม่เข้าใจ (แต่มีในมือก็ดี เวร) ในทางหนึ่ง มันก็เลยเป็นสิ่งลึกลับ ชนิดที่ไปดูสารคดี MONEY & LIFE มา ก็ไม่เห็นจะเข้าใจมันมากขึ้น (เท่าที่อยากจะเข้าใจ) เท่าไหร่ และเมื่อเวลาผันผ่านวิวัฒนาการ(ที่ไม่แน่ว่านำไปสู่(สิ่งพิกลพิการ?)อะไร) อันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของมูลค่า หรือเงิน ภายใต้ทุนนิยม เสรีนิยม หรืออะไรก็ดี ในขณะที่ด้านหนึ่งมัน(เหมือน)พร้อมจะทำให้การหาทุนเป็นไปได้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ เทคโนโลยี งาน หรืออื่นๆๆๆ โดยมีช่องทางมากขึ้น ขณะเดียวกันมันก็ยิ่งเพิ่มความซับซ้อนสับสนงุนงงลึกลับที่เกี่ยวเนื่องกับมันซ้อนทับขึ้นไปเรื่อยๆได้ด้วย
มาถึงตรงนี้แล้วก็ยังไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องหนัง THE BIG SHORT มากเท่าไหร่ เพราะงั้นเรื่องเงิน(และการพล่ามบร้าอะไรของมัน)เราจะเอาไว้แค่นี้ก่อน ต่อไปเราไปเข้าเรื่องแตะๆเรื่องของหนังบ้างดีกว่า
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
[ภาพยนตร์] GOOSEBUMPS คืนอัศจรรย์ขนหัวลุก : (แม้)ขนหัว(ไม่ค่อย)ลุก (แต่)หนุกหนานดี
หนุ่มขี้เหงา กับสาวข้างบ้าน และป๋าแว่นลึกลับ กับเพื่อนไฮเปอร์ ผจญเหล่าภูตผีสัตว์ประหลาด ดูตัวอย่างหนังแล้วชอบก็ไปดูได้ ชอบ แจ็ค แบล็ค ก็ไปดูได้ เคยอ่าน GOOSEBUMPS ก็น่าจะไปดูได้ (พอดีว่าไม่เคยอ่าน) ชอบหนุ่มขี้เหงา ชอบสาวข้างบ้าน ชอบเพื่อนไฮเปอร์ ก็ไปดูได้ ดูตัวอย่างหนังแล้วนึกถึงหนังดังบางเรื่องสมัยก่อนก็ไปดูได้ หนังไม่ได้ตั้งใจน่ากลัวมีหยอดไว้เป็นพักๆ เน้นเพี้ยนนิดๆ ฮาๆ สนุกสนานมากกว่า หนุกกำลังดี 7.4 คะแนน
แม้จะมีที่มาจากวรรณกรรมสำหรับเด็กชุด GOOSEBUMPS แต่ในหนังดูเหมือนจะไม่ได้เอาเนื้อเรื่องจากตอนไหนมาสร้างเป็นพิเศษ แต่ไหนๆออกมาก็หลายตอนหลายเล่มเอามันมายำกันเสียเลย เราเลยได้เห็น แจ็ค แบล็ค พ่อหนุ่มฮาไฮเปอร์ขมองอิ่มของเราแสดงเป็น อาร์.แอล.สไตน์ คนเขียน (ที่หน้าไม่เห็นจะเหมือนตัวจริงเลยแฮะ - ลองไปค้นดูกันเองนะ) ที่ให้บังเอิญว่ามามีนิวาสสถานอยู่ข้างพ่อหนุ่มย้ายจากเมืองมาเพราะมารดาจะมารับตำแหน่งที่เมืองนี้ ระหว่างปรับตัวและหาเพื่อนใหม่ และเจอเพื่อนเพี้ยนๆไฮเปอร์ๆเข้า(แค่)หนึ่งคน พ่อหนุ่มก็ได้เจอะกับสาว(แหงล่ะว่าต้องน่ารัก)ข้างบ้านเข้า ชีวิตช่างดูสวยหวานซะแล้วซิ แต่! ช้าก่อน ทำไมคุณป๋าของเธอจึงดูกีดกันและเกลียดชังเขานัก ไม่อยากให้เห็นกระทั่งหน้าต่างบ้าน ทำไมแกหวงลูกสาวขนาดนี้?! มีอะไรที่เขาไม่รู้ไหมเนี่ย?! (ไม่รู้ก็ไปดูตัวอย่างหนังเอา ไม่อยากรู้แต่อยากดูก็ดูไปเลย)
แน่นอนล่ะครับว่ามันก็ถึงตาเพื่อนพ้องหาเรื่องเข้าซักอย่่าง และภูตผีปีศาจสัตว์ประหลาดจะได้เฮโลกันออกมาอาละวาด (คงไม่ถือว่าสปอยล์นะ ตัวอย่างหนังรึจะโปสเตอร์ก็สปอยล์ไปหมดแล้ว...) อย่างที่เรารอคอย (อ่าว เหรอ!) จริงๆแม้ว่าเนื้อเรื่องแบบนี้อาจไม่ถือว่าพิสดารอะไรนัก (โดยเฉพาะกับเดี๋ยวนี้) แต่ว่านักแสดงทั้งหมดก็ถือว่าเลือกมากะเอาใจกลุ่มเป้าหมาย ดูซื่อๆนิดๆบ๊องๆกล้าๆหน่อยๆ มีเสน่ห์ของแต่ละคนพอตัวเลย และเล่าเรื่องให้เราค่อยๆติดตามดูเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นได้น่าสนใจดี กับการหยอดโน่นหยอดนี่ไว้เป็นระยะๆ โดยอาจมีดราม่าเคลือบเป็นฉากหลังไว้บางๆ อย่างเรื่องราวของการเติบโตการปรับตัวกับสถานที่ระหว่างแม่กับลูกกับเพื่อนใหม่กับความคิดของตัวเองไป วัยรุ่นซะจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถ่ายทอดออกมาแบบสดใสซะมาก (แต่ว่าก็แอบมีดราม่าในการเข้าสังคมไว้หน่อยๆล่ะนะ)
ในที่นี้ แจ็ค แบล็ค จึงดูเหมือนตัวละครแปลกปลอมที่ลึกลับไฮเปอร์ไม่น่าไว้ใจที่มาขัดบรรยากาศสดใสไม่ให้มันรื่นเริงแฮปปี้เกินไป (เหรอ?) ซึ่งแม้แกจะไม่ได้มาเล่นร้ายใหญ่โตอะไร ติดจะเพี้ยนๆซะมากกว่า แต่บทไฮเปอร์เพี้ยนๆแบบนี้ก็ดูเข้ากับพี่แกเป็นอย่างดียิ่ง
[ภาพยนตร์] THE DRESSMAKER แค้นลั่น ปังเวอร์ : ความลับในเมืองเล็กและการกลับมาของช่างเสื้อนางพญา สมราคาโดย เคต วินสเล็ต
หนังออสเตรเลียแปลกรสแปลกสไตล์ไปจากอารมณ์ทั่วไปของหนังฮอลลีวู้ด แม้ไม่ได้แปลกออกไปมาก แต่ก็รสชาติดี มีสไตล์ จะว่าได้ตามโปสเตอร์ก็ว่าได้ พร้อมด้วยการแสดงสมราคาจาก เคต วินสเล็ต ถ้าเป็นแฟนเคต ดูเคตคนเดียวก็ยังคุ้ม 8.0 คะแนน
หนังเล่าเรื่องของเมืองเล็กๆชายขอบแห่งหนึ่ง ซึ่งการกลับมาของผู้หญิงคนหนึ่งส่งผลสะเทือนอย่างเงียบๆ แต่แน่นอนกับทั้งคนเก่าคนแก่ หรือคนในรุ่นราวเดียวกับเธอ ในเมืองเล็กๆที่ทุกคนดูจะรู้จักกันหมด และรู้อะไรๆแต่ปกปิดไว้มากมาย เมืองที่ดูมีทั้งคนเพี้ยนๆและคนดีๆ แต่ทุกคนก็ดูเหมือนจะระวังระไวกับการคืนถิ่นของหญิงผู้นี้ หญิงช่างเสื้อที่ดูเหมือนทั้งเรื่องราวหนหลัง การกลับมา และฝีมือของเธอดูจะส่งผลสะเทือนกับชุมชนเล็กๆแห่งนี้ ไม่เว้นกระทั่งผู้ที่เธอเรียกว่าเป็นแม่ ที่ดูจะไม่ยินดีกับการกลับมาของเธอเลย อะไรกันที่เคยเกิดขึ้นในที่แห่งนี้?...
เมื่อดูไปแรกๆหนังเรื่องนี้นำเสนออกมาเหมือนมีความเซอร์เรียลพอสมควรจากจังหวะชีวิตแปลกๆ และจังหวะประหลาดๆหลายๆอย่างของผู้คนในเมืองนี้ (ที่บางทีก็น่ากลัว บางทีก็ตลก) ให้ความอึมครึมๆและเพี้ยนๆ แม้ว่าจะเริ่มด้วยจังหวะที่ดูเนิบช้าไปบ้าง แต่เมื่อเรื่องค่อยๆดำเนินไปพร้อมเผยให้เห็นความลับไปเรื่อยๆ ดูเหมือนหนังก็จะสามารถแสดงให้เห็นถึงสไตล์และจังหวะของตัวเองได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งแม้อาจไม่จัดจ้านที่สุด แต่ก็มีรสชาติดีไม่เลว ทำให้คนที่คลิกแล้วน่าจะสามารถติดตามหนังได้อย่างเพลิดเพลินและอยากรู้ว่าตัวละครจะทำอะไร หรือเรื่องจะดำเนินต่อไปอย่างไร โดยที่ความเพี้ยนเหล่านั้นก็ไม่ได้ไปขัดกับจุดที่เคร่งเครียดของหนัง
ในด้านเนื้อเรื่อง ในขณะที่นำเสนอผู้คนในเมืองเล็กพร้อมไปกับนางเอกช่างเสื้อที่เข้ามาในเมืองและดูจะไม่เป็นที่ต้อนรับ ซึ่งต้องการกลับมาโดยมีจุดประสงค์บางอย่าง และต้องต่อสู้กับการไม่นำพาของคนอื่นๆในชุมชน และดูเหมือนกระทั่งแม่ของเธอด้วยทั้งใจ กาย และฝีมือของเธอ ระหว่างที่เราติดตามปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนโน้นคนนี้ในชุมชนไป มันก็ค่อยๆเผยบางอย่างเบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้ไปพร้อมกันด้วย ดูเหมือนในเมืองเล็กๆจะมีบรรยากาศคุกคามและกฎของมันที่แม้ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ทุกคนกับรับรู้ว่ามันมีอยู่ และบางคนก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แม้ว่าบางครั้งแต่ละคนอาจไม่ได้เห็นพ้องหรือเห็นด้วยกับคนอื่นไปซะหมด และในความที่เป็นเมืองเล็กที่ทุกคนเห็นหน้ากันความอึดอัดคับข้องบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นก็อาจต้องต่อกรกับการถูกกดไว้เงียบๆ และมันก็มีบางอย่างที่ดูเหมือนทุกคนจะมีพันธสัญญากันอย่างลับๆ
[ภาพยนตร์] WHITE GOD สี่ขา ล่าปิดเมือง : ในเมืองซึ่งข้าอาศัย
เป็นเรื่องที่ดูแล้วทำให้นึกถึงหลายอย่างมากครับ การ์ตูน ไอเขี้ยวเงิน, ต้องรอด, บากิ หนังอย่าง 28 DAYS LATER, AMORES PERROS, HALOWEEN ปน RE-ANIMATORS หน่อยๆ (ทำไมฟระ??!!!) ซึ่งมันไม่ใช่ว่าเหมือนหนังทั้งหมดนี้มาปนๆกันนะครับ แต่มีบางอย่างในบรรดาเหล่านี้ที่ดูหนังเรื่อง WHITE GOD ทำให้ดูแล้วนึกไปถึง ถ้าเอาเสี้ยวของอะไรที่ว่าๆมา(แค่เสี้ยวเองเรอะ? ครับแค่เสี้ยวๆครับ)ไปรวมกับตัวอย่างหนังแล้วทำท่าว่าน่าจะสนใจหนังฮังการีเรื่องนี้ ก็ลองไปหาดูกันได้ครับ คิดว่าไม่น่าจะผิดหวังกันนะ 8.1 คะแนน
สาวน้อยชื่อลีลี่ พร้อมสุนัขตัวโปรดฮาเก้น มีความจำเป็นให้ต้องไปพักอาศัยอยู่กับพ่อของเธอชั่วระยะหนึ่ง ในขณะที่ความสัมพันธ์กับลีลี่กับพ่อดูจะมีความขัดเคืองระหว่างกันอยู่ ลีลี่ก็ดูจะมีใจผูกพันกับสุนัขตัวเก่งของเธอมาก แต่ในขณะที่พ่อของเธอไม่ได้รักชอบมันเท่าเธอ และชีวิตก็ไม่ได้สุขสบาย ในฮังการีกลับมีการประกาศกฎในการควบคุมสุนัขให้สุนัข ให้มีการลงทะเบียน และมีภาระภาษีเพิ่ม ฮาเก้นถูกเอาไปปล่อย เป็นเหตุให้เกิดความขัดเคืองใจระหว่างลีลี่กับพ่อ ฮาเก้นต้องเผชิญกับอันตรายมากมายใน'เมือง' ขณะที่คลาดกับลีลี่ซึ่งออกตามหาเพื่อจะได้เจอกับฮาเก้น จนในท้ายที่สุดเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่กักกัน มีเหตุให้สุนัขในสถานกักกันเรือนร้อยหลุดออกมาในเมือง จะเป็นอย่างไร? สุดท้ายลีลี่จะยังได้พบกับฮาเก้นหรือไม่?
ความจริงดูพลอตและบรรยากาศคร่าวๆแล้ว พลอตของ WHITE GOD ก็อาจไม่หนีพลอตของหนังเกรด B เท่าไหร่ (แม้ว่าเทียบแบบนี้จะดูไม่ยุติธรรมนัก เพราะหนังเกรด B ที่พูดกันบ่อยๆนี่ ยึดบรรทัดฐานของหนังในฮอลลีวู้ด (หรือก็คือ หนังจากอเมริกา) ซึ่งมีทุนน้อย และบางทีก็เน้นพลอตแปลกๆสุดๆอยู่พอประมาณ(ว่าไปหนังใหญ่ฮอลลีวู้ดหลายเรื่องก็เน้นพลอตสุดเหมือนกันไม่ใช่เรอะ?) และถ้าจะต้องเทียบกันแบบนี้ ทุนสร้างของ WHITE GOD ก็อาจไม่หนีหนังเกรด B ของฮอลลีวู้ดนักก็ได้ ซึ่ง ประเทศที่ลงทุนในหนังหนึ่งเรื่องได้มหาศาลขนาดนั้นเพราะมีตลาดใหญ่มากและขายได้ในตลาดโลกด้วยมันมีอยู่ไม่กี่ประเทศหรอก) เพียงแต่ว่า WHITE GOD นั้นชัดเจนในประเด็นของตัวเองมาก และสิ่งที่ทำให้ WHITE GOD หลุดจากภาพลักษณ์ของหนังเกรด B มาได้เป็นช่วงตัวอยู่ก็เพราะการที่ WHITE GOD รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้แค่ไหน แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หนังไดโนเสาร์คืนชีพที่ตั้งคำถามกับความทะเยอทะยานของมนุษย์ทุนหนาหนัก มันจึงคงไม่มีฉากไดโนเสาร์แหกกรงมาแยกเขี้ยวคำรามกลางสายฝนคอดคูลให้เราเห็น สิ่งที่เราเห็นก็เป็นเพียง สุนัข คลั่ง แต่ด้วยความที่รู้ว่าตัวเองมีอะไรแค่ไหน อะไรที่ทำท่าว่าจะยากเยอะ ใหญ่ เกินไป ก็ไม่ต้องไปทำแล้วเอากับแค่ที่มีอยู่ให้ได้ ให้ดี จะด้วยทั้งมุมกล้อง การตัดต่อ การแสดง มันจึงไม่มีฉากไหนใน WHITE GOD ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเอ็งไปไกลละ แต่เอ็งไกลไม่พอทุนไม่ถึงจึงกลายเป็นฉากกิ๊กๆก๊อกๆให้ได้รู้สึก (แน่นอนว่าเราไม่นับหนังที่กลายเป็นคัลท์เพราะตั้งใจมากๆแม้จะรู้ว่าตัวเองกิ๊กก๊อก หรือตั้งใจกิ๊กก๊อกให้มันสุดๆไปเลย จนกลายเป็นจุดเด่นขึ้นมา แบบนี้เป็นต้น) WHITE GOD จึงจับอารมณ์ขึงขังจริงจังของเรื่องราวที่มันต้องการบอกเล่าได้พอตัวเลยทีเดียว อย่างที่ว่าบรรยากาศบางช่วงก็ทำได้ดี นึกไปถึงอะไรนิดๆหน่อยๆจากย่อหน้าแรกที่ว่ามาเลย
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
[ภาพยนตร์] TANGERINE แทนเจอรีน : มหากาพย์ตามล่าล้างบางอีนางบิชทั่วหล้าตามล่าความฝันสุดพรรณาของสองนางแห่งแอลเอ
แซ่บสุดหล้า บร้าสลัด ประดุจพายุพัด สาดกันไฟแล่บ เรื่องชิหายวายป่วง ควงแขนผจญ เผชิญโลกอกตรม นางขอสู้ต๊าย!!!! เนื่องในโอกาสที่ CTW ได้ขยายรอบเพิ่มให้ได้ชมกันต่ออีกในช่วงตรุษจีนพอดี (แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับตรุษจีนเลยนะ) ก็ลองไปดูไปชมกันเถิด 8.8 คะแนน (เฉพาะความมันส์แซ่บบร้าอาจจะทะลุเพดาน)
ทีแรกพอรู้ชื่อหนัง กับตอนดูไปหน่อยๆกะจะสร้อยว่า คุณชอบส้มหวาน หรือส้มเปรี้ยว อะไรแบบนี้ แต่พอดูหนังจบ ก็เปลี่ยนดีกว่า เพราะสร้อยแบบนั้นมันนิ่งไปไม่เข้ากับอารมณ์หนังเลย เอาจริงๆหนังเรื่องนี้ก็มีชื่อเสียงประการหนึ่งแล้วกับการที่มันถ่ายทำด้วย iPhone 5s ทั้งเรื่อง แต่ต่อให้ไม่ต้องไปสนคุณสมบัติที่ว่านั้น นี่ก็เป็นหนังที่ชิหายได้ใจ (ไม่แพ้ MAD MAX ?!!!! หรือในบางแง่อาจจะวายป่วงมากกว่า...) และแซ่บเหลือหลายอยู่ดี แม้จะ แรงส์(สลัด) แซ่บ เถื่อน คลั่ง บร้า ชิหาย วอดวาย เฮี้ยน ขนาดนี้ มันก็ยังบวกมิตรภาพ และความเศร้า และรวดร้าว เอาไว้เมื่อถึงเวลาของมัน...
และแม้มันจะประกอบด้วยเรื่องที่ดูเพี้ยนคลั่งและเลยเถิดมากมาย แต่ในบางแง่มันก็ประกอบด้วยเรื่องจริง และความรู้สึกจริงๆอย่างน่าประหลาด
จริงๆไม่ต้องดูตัวอย่างหนัง หรือไม่ต้องรู้เรื่องอะไรในหนังเลยก็ได้ ผู้สนใจควรไปลองชมซักที
ก็อยากพูดยาวกว่านี้ แต่กลัวว่าบรรยายอะไรไปก็จะไม่สาสม เอาแค่นี้พอ
(ก่อน)
ส่วนที่บรรยายประโยคเดียวจบเลยได้ไหม?... ก็ยังทำไม่ได้...ช่างมัน...
คำเตือน : ผู้ระคายหูคำผรุสวาท และกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับคำผรุสวาท หรือไม่แน่ใจว่าจะชอบอะไรที่เลยเถิดไปจากชีวิตประจำวันสงบสุขและสุภาพได้มากนักควรพิจารณาให้ดีก่อนเข้าชม แต่ถ้าเข้าไปชมแล้ว ก็ชมให้จบเถอะ
ความจริงใครชอบหนังสไตล์ทารันติโน่ก็ถือว่าลองไปชมได้นะ แม้มันจะไม่ได้ดูทารันติโน่ก็ตาม
นึกถึง
ดูจบปั๊บอยากกินโดนัทซะงั้น เลยลงมาซื้อโดนัทถือติดมือไปกินก่อนกลับ ที่ MISTER DONUT ชั้น 6 CTW เสียเลย... อืม...
ส่วนอะไรที่ 'แซ่บ' พอกับหนังเรื่องนี้ เอาจริงๆคือนึกไม่ออกเท่าไหร่ (คือ ที่ไม่อ่าน ไม่ดู ไม่รู้อะไรเลย (นอกจากโปสเตอร์ และว่าหนังถ่ายด้วย iPhone 5s ทั้งเรื่อง และติดลิสต์หนังเยี่ยมของหลายลิสต์) แล้วไปเจอเอาเองบนจอนี่ก็ถือว่าเซอไพรส์มากแล้ว) แต่ถ้าจะต้องนึกไปถึงหนังให้ได้ซักเรื่องดูบ้างจริงๆ อืม นึกเร็วๆ เอาเป็น SPRING BREAKERS ละกัน แม้ว่าความจริงหนังเรื่องนี้ก็จะแรงส์ และจัดจ้านเหมือนกัน แต่จริงๆก็รู้สึกว่าหลายอย่างก็ต่างกันอยู่ (ไม่นับเรื่องบิกินี่) แม้ SPRING BREAKERS โปสเตอร์จะดูสดใสกว่า (?) แต่คิดว่า SPRING BREAKERS ดูยากกว่า และยึดสไตล์บางอย่างเป็นแกนมากกว่า ขณะเดียวกันรู้สึกว่า TANGERINE บันเทิงกว่า (!? แต่จริง) อืม...แต่มันไม่ใช่ความบันเทิงอย่างการเห็นไดโนเสาร์อาละวาดรึรถเหาะข้ามตึกนะ มันเหมือนการเห็นความชิหายวายป่วงที่เราก็ไม่รู้จะขื่นจะขำหรือจะทำยังไงกับมันดี หลายครั้งเหมือนเอาเรื่องเวรกรรมที่เคยเกิดมาเล่ากันทีหลังแล้วเราก็รู้สึกว่ามันตลก ถ้าไม่ต้องกลับไปอยู่ตรงนั้นอีก และเรื่องของเราเองอาจไม่ใช่เรื่องบ้าชิหายอย่างใน TANGERINE เท่านั้นเอง เพราะงั้นจะตัดสินว่าเรื่องไหนเป็นยังไง อะไรจริงกว่า บ้ากว่า ชิหายกว่า เศร้ากว่า มันส์กว่า ก็ตอบไม่ได้ (และบางแง่ก็ไม่กล้าตอบ) เพราะไม่ได้เป็นเรื่องที่เรามีโอกาสสัมผัสประสบการณ์จริงๆหรือคิดว่าเข้าใจ(จริงๆ)ทั้งคู่
ไว้จะเขียนอะไรเพิ่มจะมาต่อท้ายไว้ละกัน ตอนนี้รีบเขียนรีบปล่อยไว้ รีบไปดูกันไปพลางๆก่อนนะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

_poster.jpg)

_POSTER.jpg)

