ว่าจะเขียนตั้งแต่ต้นปีก็ผลัดโน่นนี่ไปเรื่อย ขอเขียนไว้ก่อนจะลืมครับ
แล้วก็ขอเริ่มด้วยหนังที่ได้ดูและคิดว่าน่าสนใจ แต่ไม่เข้า 5 อันดับก่อนนะครับ 2 เรื่อง (เอาจริงๆ ปีนึงก็ใช่จะดูหนังไทยแทบครบทุกเรื่องอะไร ก็เลยลังเลจะเขียนมาแต่ต้นปี (เหรอ - มันนานไปไหมฟร่ะ?)) ส่วนเรื่องไหนดันตกไปเพราะหลงๆลืมๆไปบ้าง ก็...เอาไว้ว่ากันทีหลังละกัน
พันท้ายนรสิงห์
เป็นหนังพีเรียดอิงประวัติศาสตร์อีกเรื่องจากการกำกับของ หม่อมเจ้า ชาตรีเฉลิม ยุคล นะครับ ซึ่งทีแรกเรื่องนี้เกือบจะข้ามไปเพราะเห็นความยาวของหนังแล้วก็คิดว่าไม่ค่อยสะดวกไปดูแหงๆ แต่พอได้ยินคำบอกชื่นชมมาก็ เอาฟระ หาดูซักรอบ
ตอนได้ไปดูจริงๆ ก็คิดว่าท่าทีของหนังนั้นมีหลากอารมณ์ และมีลักษณะการเล่าคล้ายละครพีเรียดไทย ซึ่งก็มารู้ทีหลังว่าเรื่องนี้ทีแรกก็จะทำเป็นละครน่ะแหละ คิดว่าหนังเล่าได้สนุก มีหลายอารมณ์ หลายช่วงมีท่าทีผ่อนคลายกว่าในภาพยนตร์ตำนานพระนเรศวร และมีอารมณ์เข้มข้นในหลายช่วงตอน และฉากแอ็คชั่นเล็กๆในหลายช่่วงก็ทำได้ดีทีเดียวเลย ความเข้มข้นของหนังรวมๆอาจไม่เท่ากับหนังพระนเรศวรสองภาคแรก แต่อาจด้วยการที่รายละเอียดของเรื่องดูไม่มากเท่า รวมไปถึงตัวละครด้วย จึงคิดว่าเรื่องนี้ติดตามและสัมผัสกับตัวละครได้มากกว่า โดยเฉพาะคุณ เต้ย พงศกร ที่เล่นเป็นสิน ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งเล่นได้ลื่นไหลและมั่นใจดีจริงๆ ดูโดดเด่นเหมาะกับบทที่ได้รับมาก ขณะที่บทพระเจ้าเสือของผู้พันเบิร์ดที่เป็นบทสำคัญที่ตีคู่กันมาก็มีท่าทีผ่อนคลายกว่าตอนเล่นเป็นพระนเรศวร อาจเพราะเดิมเคยตั้งใจทำเป็นละครจึงยังมีความรู้สึกบางอย่างว่ามันสวมในความเป็นภาพยนตร์ไม่พอดีนัก แต่เท่าที่ดูหนังก็ดูได้สนุกลื่นไหลดี และความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง (รวมโฆษณาในโรงแล้วก็คงเกิน...) ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร แค่กลับบ้านดึกไปหน่อยก็เท่านั้นเอง...
แต่ก็ยังคิดว่าถ้าฉายเป็นละครหลายตอน ก็ยังน่าจะเก็บรายละเอียดได้มากกว่าและค่อนข้างเหมาะครับ (ไม่รู้มีฉายแบบละครไปหรือยัง นี่ก็ไม่ได้ตามซะด้วย)
เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ

เป็นหนังที่น่าสนใจหลายอย่างเลย ตั้งแต่เป็นหนังของ ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ SUCK SEED ห่วยขั้นเทพ นำแสดงโดยกลุ่มดาราวัยรุ่นจากซีรี่ส์ฮอร์โมน แต่เป็นเลิฟคอเมดี้ และคอนเซ็ฟท์ของเรื่องที่เป็นเรื่องของผู้มีพลังพิเศษ(?)ท่ามกลางสังคมฐานันดรในโรงเรียนมัธยม (ในโรงเรียนยังมี แล้วข้างนอกมันจะมีไหม?!) แม้เนื้อเรื่องอาจจะดูการ์ตูน แต่หนังก็เล่าเรื่องได้อย่างสนุก มั่นอกมั่นใจ และเรื่องของฐานันดรก็น่าสนใจ ดารานำสามคนในโปสเตอร์ก็เล่นได้อย่างสนุกมั่นใจตามตัวหนังด้วย แม้เรื่องจะเกี่ยวกับพลังประหลาดๆ แต่เรื่องราวในหนังก็เล่าได้โอเค ไม่ได้มีจุดสะดุด (ส่วนหนึ่งก็เพราะมันเป็นอารมณ์คอมเมดี้ด้วยแหละ) แถมส่วนที่เล่าด้วยอนิเมชั่นในหนังก็ทำได้ดีมาก และเป็นส่วนที่ชอบมากอย่างนึงในหนังด้วย และก็ชอบที่หนังเล่าแตะๆอะไรมืดๆแต่ดูจริงไว้ในหนัง ซึ่งก็ทำให้เป็นหนังคอนเซ็ฟท์จัดที่ดูสนุกเรื่องนึงเลย เราอาจมีปัญหากับความสงสัยในสถานะตัวละครในช่วงท้ายกับเรื่องในช่วงท้ายหน่อยๆทั้งที่จริงๆมันก็ไม่ได้มีผลเสียอะไร แถมเรื่องก็ยังสนุกดีไปจนจบ แต่ก็นั่นแหละ... อาจเป็นข้อส่วนตัวซักหน่อย ประกอบกับยังชอบ SUCK SEED ห่วยขั้นเทพ มากกว่าอยู่ ซึ่งเป็นหนึ่งหนังชอบในปีนั้น (และแม้เราจะชอบบทออยของน้องฟรังในฮอร์โมนมากกว่า อย่างที่
เคยพูดถึงไว้ก็ไม่มีผลอะไรกับอันดับนะ จิงๆ) ก็ยังติดตามงานกำกับเรื่องใหม่ของผู้กำกับอยู่นะครับ และสุดท้ายเรื่องนี้ก็กลายเป็นหนังโรงเรื่องสุดท้ายของ GTH ไป
ทีนี้มาต่อกันที่ 5 อันดับจริงล่ะนะ
5. แผลเก่า (INTERNATIONAL VERSION)
ที่แปะว่าเป็น INTERNATIONAL VERSION นี่ไม่ได้จะบอกว่าเวอชั่นนี้ดีกว่าปกติอะไรยังไงเพราะไม่ได้ดูเวอชั่นปกติที่เข้าฉายไปก่อนตั้งนานแล้วครับ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้ดู แต่พอเห็นมันกลับมาฉายที่โรงภาพยนตร์ HOUSE ณ RCA อีกก็ชักสนใจว่า เออ ทำไมมันวนมาฉายใหม่หว่า ก็เลยสนใจไปดู